Header

บริจาคโลหิต ต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์

บริจาคโลหิต โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

“โลหิต” หรือ “เลือด” เป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญในการใช้รักษาผู้ป่วย การบริจาคเลือดเป็นวิธีการช่วยชีวิตผู้อื่นที่ดีที่สุดที่คนทั่วไปสามารถทำได้ เลือดและส่วนประกอบของเลือดมีความสำคัญในการรักษาอย่างยิ่งทั้งในผู้ป่วยที่เสียเลือดจากอุบัติเหตุ หรือมีโรคที่ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้เอง โดยเลือดและส่วนประกอบของเลือดต่างจากยารักษาโรคเนื่องจากไม่สามารถซื้อขายได้ จำเป็นต้องได้มาโดยการบริจาคเท่านั้น

การบริจาคโลหิต

“การบริจาคโลหิต” คือการสละโลหิตส่วนเกินที่ร่างกายยังไม่จำเป็นให้กับผู้ป่วย ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโดยสามารถบริจาคโลหิตได้ทุก 3 เดือน เมื่อบริจาคโลหิตออกไปแล้ว ไขกระดูกจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดโลหิตขึ้นมาทดแทน ทำให้มีปริมาณโลหิตในร่างกายเท่าเดิม หากไม่ได้บริจาค ร่างกายจะขับเม็ดโลหิตที่สลายตัวเพราะหมดอายุ และในการบริจาคเลือดนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ เพราะทางสภากาชาดได้มีการกำหนดคุณสมบัติ พร้อมวิธีการเตรียมตัวก่อนการบริจาคไว้ ถ้าคุณสมบัติไม่ครบและเตรียมตัวมาไม่พร้อมก็ไม่สามารถบริจาคได้

คุณสมบัติของผู้จะบริจาคเลือดได้นั้นต้องมีดังนี้

  1. ต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์

ผู้บริจาคโลหิตมีความปกติทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ไม่มีอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น อาการอ่อนเพลียจากการอดนอน อาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือ สารอื่น ๆ

  1. มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป

การที่น้ำหนักตัวน้อยเกินไปเมื่อบริจาคเลือดไปแล้ว อาจจะทำให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้

ถ้าอาการหนักหน่อยก็อาจจะถึงขั้น shock เข้าโรงพยาบาลไปหลายวัน..เพราะร่างกาย สร้างเลือดไม่ทันซึ่งเป็นอันตรายมาก

  1. อายุตั้งแต่ 17 – 70 ปี
    • ผู้บริจาคโลหิตต้องมีอายุ 17 - 70 ปี (อายุ 17 ปีบริบูรณ์ ต้องมีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครอง)
    • บริจาคโลหิตครั้งแรก อายุไม่เกิน 60 ปี
    • ผู้บริจาคที่มีอายุ 60 - 65 ปี  เป็นประจำสม่ำเสมอ บริจาคได้ทุก 3 เดือน ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยเคลื่อนที่ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ
    • ผู้บริจาคที่มีอายุ 65 - 70 ปี เป็นประจำสม่ำเสมอ บริจาคได้ทุก 6 เดือน และต้องมีการตรวจนับจำนวนของเม็ดเลือดทุกชนิดทุกครั้ง ไม่รับบริจาคในหน่วยเคลื่อนที่
  1. การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง

การนอนหลับมีความสำคัญต่อสุขภาพ แต่ไม่จำเป็นต้องนอนถึง 8 ชั่วโมง เพียงสามารถนอนได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ เพียง 5 - 6 ชั่วโมง ถ้านอนหลับสนิท ตื่นมารู้สึกสดชื่น ไม่ผิดไปจากกิจวัตรเดิม และสามารถทำงานได้อย่างปกติ

  1. ไม่มีประวัติป่วย เป็นโรคร้ายแรง หรือโรคติดต่อทางกระแสเลือด
  • หากผู้บริจาคมีโรคร้ายแรง หรือที่สามารถติดต่อทางกระแสเลือด ควรงดบริจาคโลหิต เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต
  • ส่วนผู้ป่วยที่เคยป่วยด้วยโรคโควิด 19 (COVID-19) ปัจจุบันอ้างอิงจากประกาศศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ 10/2563 เรื่อง มาตรการป้องกันการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทางโลหิต ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 7 เมษายน 2563 ให้งดบริจาคโลหิตเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ในกรณีดังต่อไปนี้
    1. ท่านเดินทางมาจากต่างประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง (สถานบันเทิง บ่อนการพนัน สถานที่แออัด)
    2. อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย COVID-19
    3. หลังจากหายป่วยจากโรค COVID-19

(ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ของโรค COVID-19)

  1. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
    • ท่านหรือคู่ของท่านเคยมีเพศสัมพันธ์กับ : ผู้ที่ไม่ใช่คู่ของตนเอง/ผู้ทำงานบริการทางเพศ/ผู้เสพยาเสพติด/ผู้ที่อาจติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ หากผู้บริจาคโลหิตและคู่ มีพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่ได้รับโลหิตเช่นเดียวกัน จึงเป็นข้อกำหนดให้งดบริจาคโลหิตอย่างไม่มีกำหนด
    • ท่านเป็นเพศชายที่เคยมีเพศกับเพศชายสัมพันธ์ ซึ่งอัตราการติดเชื้อเอชไอวี ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายสูงกว่าประชากรทั่วไปมาก และโอกาสที่จะมีผู้ที่อยู่ในระยะ window period ของการติดเชื้อ เอชไอวี ในกลุ่มนี้สูงกว่าประชากรทั่วไป (window period คือ ระยะเวลาที่เพิ่งเริ่มติดเชื้อ ในร่างกายยังมีเชื้อจำนวนน้อย ไม่สามารถตรวจพบร่องรอยการติดเชื้อได้ด้วยวิธีทางห้องปฏิบัติการแต่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้รับโลหิตได้) ข้อนี้จึงยังเป็นข้อกำหนดไม่รับบริจาคโลหิตอย่างถาวร

 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีแนวทางปฎิบัติสำหรับวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

  • ก่อนฉีดวัคซีน สามารถบริจาคโลหิตก่อนฉีดวัคซีนได้
  • หากไม่มีอาการอ่อนเพลีย สามารถฉีดวัคซีนได้ในวันถัดไป ไม่ควรบริจาคโลหิตวันเดียวกับวันที่ฉีดวัคซีน
  • หลังฉีดวัคซีน บริจาคโลหิต บริจาคโลหิตได้ โดยให้เว้น 7 หลังการฉีดวัคซีน

กรณีมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้หายดีก่อน เว้น 7-14 วัน ตามความรุนแรงของอาการ

สำหรับการเตรียมตัวในการบริจาคโลหิต

ก่อนบริจาคโลหิต

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
  • รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะบริจาคโลหิต หากอยุ่ระหว่างรับประทานยารักษาโรค ให้แจ้งแพทย์/พยาบาล ผู้ตรวจคัดกรองสุขภาพทุกครั้ง
  • รับประทานอาหารประจำมื้อก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แกงกะทิขนมหวาน ก่อนมาบริจาคโลหิต 6 ชั่วโมง เพราะจะทำให้พลาสมามีสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
  • การดื่มน้ำก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 3 - 4 แก้ว ซึ่งเท่ากับปริมาณโลหิตที่เสียไปในการบริจาค จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดภาวะการเป็นลมจากการบริจาคโลหิตได้
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ขณะบริจาคโลหิต

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
  • เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  • ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการผิดปกติระหว่างบริจาค เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที

หลังบริจาคโลหิต

  • นอนพักที่เตียง 5 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติ จึงลุกจากเตียง และไปนั่งพัก 10 -15 นาที พร้อมดื่มเครื่องดื่ม และรับประทานอาหารว่าง
  • ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • รับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก วันละ 1 เม็ด หลังอาหารจนหมด เพื่อชดเชยธาตุเหล็กที่เสียไปจากการบริจาคโลหิต เพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการขึ้น – ลงที่สูง อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนและเป็นลมได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้แขนข้างที่บริจาคโลหิต เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเดินไปในบริเวณที่แออัด และมีอากาศร้อนอบอ้าว
  • งดกิจกรรมหรือทำงานที่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ความเร็ว ความสูง ความลึก เครื่องจักรกล
  • งดออกกำลังกายที่ทำให้เสียเหงื่อ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

เหตุผลหลัก ๆ ที่เราจะได้ จากการบริจาคเลือด คือ

  • เพราะผู้ฝ่วยต้องการโลหิตทุกวินาที
  • ช่วยกระตุ้นไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงใหม่
  • ช่วยต่อสู้กับภาวะเหล็กเกินตัว
  • ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง
  • ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
  • ทำให้รู้ข้อมูลสุขภาพของตัวเอง
  • ทำให้สุขภาพแข็งแรง
  • ได้ความสุขทางใจ ได้บุญ
  • เพราะพวกเราสามารถทำได้ แต่ต้องมีสุขภาพดี

 

ที่มา : สภากาชาดไทย

___________________________________________________________________________________

ทายนิสัยจากกรุ๊ปเลือด แบบญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมักจะมีความเชื่อว่ากรุ๊ปเลือดสามารถกำหนดลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพของแต่ละคนได้ว่าเป็นเช่นไร  ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกการดูลักษณะนิสัยแต่ละกรุ๊ปเลือดว่า “Japanese Blood Type Personality Theory”  ถ้าหากอยากรู้ว่าจะแม่นยำแค่ไหนมาดูกันได้เลยค่ะ

กรุ๊ป O

คนที่มีกรุ๊ปเลือด O เป็นคนที่มีความมั่นใจ มุ่งมั่น และมีบุคลิกที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ก็ยังเป็นคนมองโลกในแง่ดี และเข้ากับคนอื่นได้ดี แต่ก็มีมุมส่วนตัวที่ชอบพึ่งพาตนเอง ทำให้ไม่ค่อยสนใจใคร และมักจะโฟกัสกับเรื่องของตัวเองมากกว่า

ใครที่มีเพื่อนกรุ๊ป O จะรู้สึกว่าเป็นเพื่อนที่สามารถไว้วางใจได้เสมอ เพราะเป็นคนที่มีความรับผิดชอบอย่างมาก และยังเป็นคนขยันที่เข้าข่ายบ้างาน ชนิดที่ทำได้จนหมดเรี่ยวแรงเลยทีเดียว

กรุ๊ป A

คนที่มีกรุ๊ปเลือด A จะมีลักษณะค่อนข้างไปทาง Introvert ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว แต่จะไม่แสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองกำลังรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ และเป็นคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ถ้ามีบางสิ่งบางอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็อาจจะรู้สึกเครียดได้

กรุ๊ป A เป็นคนที่มีความรอบคอบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อน ทำให้ในสายตาของคนอื่น พวกเขาดูเป็นคนน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ และคนรอบข้างก็มักจะมองว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้เป็นคนจิตใจดีและมีความอ่อนโยน

กรุ๊ป B

คนที่มีกรุ๊ปเลือด B เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ กระตือรือร้น และมีความอยากรู้อยากเห็น แม้จะถูกมองว่าเป็นคนที่โฟกัสแต่เรื่องของตัวเองไปบ้าง แต่จริง ๆ แล้วกรุ๊ปนี้เป็นคนที่มีความเอาใจใส่คนอื่นอย่างมาก

กรุ๊ป B เป็นคนที่มีจิตใจที่แข็งแกร่ง จึงจะไม่ทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการหรือความคาดหวังของคนอื่น แต่จะเลือกทางเดินด้วยตัวเอง และยึดมั่นในเส้นทางที่ตัวเองเลือก นอกจากนี้ ก็ยังเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรรวดเร็ว และถ้าได้ปักใจเลือกอะไรไปแล้วก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งพวกเขาได้

กรุ๊ป AB

คนที่มีกรุ๊ปเลือด AB เป็นคนที่มีบุคลิกหลากหลาย จึงนิยามตัวตนได้ยากอยู่สักหน่อย พวกเขาสามารถมีบุคลิกแบบ Introvert ที่ชอบเก็บตัว และ Extrovert ที่ชอบเข้าสังคมได้ในคนเดียวกัน และยังมีความสนใจที่หลากหลายด้วย

กรุ๊ป AB เป็นคนที่บาลานซ์ชีวิตของตัวเองได้ค่อนข้างดี มีความทะเยอทะยาน รอบคอบ แต่ก็คาดเดาได้ยากว่าพวกเขาเป็นคนแบบใด เพราะบุคลิกของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของตัวเองจนบางครั้งคนอื่นก็ตามไม่ทัน

 

ที่มา : bigthink.com



แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การผ่าตัดเส้นเลือดฟอกไต คำแนะนำก่อน-หลังที่ควรปฏิบัติ

สำหรับผู้ที่ต้องมีการเข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดฟอกไต จะต้องมีการปฏิบัติ และเตรียมตัวก่อน - หลังอย่างไรบ้างในการผ่าตัดรักษาให้ได้ประสิทธิภาพ

blank บทความโดย : แผนกไตเทียม โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การผ่าตัดเส้นเลือดฟอกไต คำแนะนำก่อน-หลังที่ควรปฏิบัติ

สำหรับผู้ที่ต้องมีการเข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดฟอกไต จะต้องมีการปฏิบัติ และเตรียมตัวก่อน - หลังอย่างไรบ้างในการผ่าตัดรักษาให้ได้ประสิทธิภาพ

blank บทความโดย : แผนกไตเทียม โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ตรวจหาแคลเซียม และหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ CORONARY CALCIUM SCORE

การตรวจหาปริมาณแคลเซียม หรือหินปูนที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องมือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan)

blank โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ตรวจหาแคลเซียม และหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ CORONARY CALCIUM SCORE

การตรวจหาปริมาณแคลเซียม หรือหินปูนที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ โดยใช้เครื่องมือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT Scan)

blank โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย Exercise Stress Test

การตรวจสมรรถภาพหัวใจ โดยการเดิน การวิ่งบนสายพาน เพื่อทดสอบว่าเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่ การตรวจวิธีนี้มีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบปกติ เป็นการตรวจที่มีประโยชน์มาก

blank โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย Exercise Stress Test

การตรวจสมรรถภาพหัวใจ โดยการเดิน การวิ่งบนสายพาน เพื่อทดสอบว่าเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่ การตรวจวิธีนี้มีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบปกติ เป็นการตรวจที่มีประโยชน์มาก

blank โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม