Header

อาการปวดศีรษะกับเส้นเลือดสมองแตก: ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม

blank นพ.พงศกร พงศาพาส

อาการปวดศีรษะกับเส้นเลือดสมองแตก: ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมองข้าม

อาการปวดศีรษะถือเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่แล้วมักสัมพันธ์กับโรคทั่วไป เช่น ไมเกรน ความเครียด หรือความดันโลหิตสูง อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะบางประเภทอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะร้ายแรง เช่น เส้นเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) ซึ่งหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลถึงชีวิตได้

 

เส้นเลือดสมองแตกคืออะไร

เส้นเลือดสมองแตก หรือ ภาวะเลือดออกในสมอง (Intracerebral Hemorrhage) เป็นภาวะที่หลอดเลือดในสมองฉีกขาด ทำให้เลือดรั่วไหลออกมาในเนื้อสมองโดยตรง หรือในช่องเยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นและเนื้อสมองถูกทำลายทันที ภาวะนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอัมพฤกษ์ อัมพาต และการเสียชีวิตในประเทศไทย

 

อาการปวดศีรษะ: สัญญาณเตือนที่สำคัญ

อาการปวดศีรษะที่เกิดจากเส้นเลือดสมองแตกมักแตกต่างจากอาการปวดศีรษะแบบทั่วไป โดยมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

  1. ปวดศีรษะเฉียบพลันรุนแรง (Thunderclap Headache): มักมีอาการปวดแบบเฉียบพลัน เหมือนฟ้าผ่า เป็นอาการที่ผู้ป่วยมักระบุว่าเป็น “อาการปวดศีรษะที่แย่ที่สุดในชีวิต”

  2. ปวดศีรษะร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น ชาครึ่งหน้า อ่อนแรงข้างเดียว แขนขาไม่มีแรง พูดไม่ชัด หรือสับสน

  3. ปวดศีรษะร่วมกับอาเจียนอย่างรุนแรง โดยไม่มีอาการคลื่นไส้นำมาก่อน

  4. หมดสติหรือซึมลงอย่างรวดเร็ว ภายในไม่กี่นาทีถึงชั่วโมง

  5. คอแข็งหรือมีอาการทางเยื่อหุ้มสมอง ในกรณีที่เลือดออกในโพรงน้ำไขสันหลัง

 

อาการปวดศีรษะกับเส้นเลือดสมองแตก

 

ปัจจัยเสี่ยง

การแตกของหลอดเลือดสมองมีปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่

  • ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง (Hypertension)

  • การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)

  • โรคหลอดเลือดผิดปกติแต่กำเนิด (AVM หรือ Aneurysm)

  • การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง

  • อายุที่มากขึ้น

 

การวินิจฉัยและการรักษา

เมื่อสงสัยว่าผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดสมองแตก การตรวจ CT Scan หรือ MRI สมอง อย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อยืนยันตำแหน่งและขนาดของเลือดที่รั่วออกมา การรักษาอาจประกอบด้วยการให้ยาลดความดันในกะโหลก การผ่าตัดดูดเลือดออก หรือการอุดหลอดเลือดที่มีปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของการแตกของหลอดเลือด

 

ข้อควรตระหนัก

แม้อาการปวดศีรษะจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่หากเป็นอาการที่ผิดปกติ หรือมีความรุนแรงและเฉียบพลัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากการวินิจฉัยและรักษาเส้นเลือดสมองแตกอย่างรวดเร็วสามารถลดความรุนแรงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา

 


แพ็กเกจตรวจคัดกรองความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง MRI Brain + MRA [Anniversary 6 th]

 แพ็กเกจตรวจคัดกรองความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง MRI Brain + MRA [Anniversary 6 th]



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สมองและระบบประสาท

สถานที่

อาคาร A ชั้น G

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

อะไรคือ Computer vision syndrome?

เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้มีอาการทางตาที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ เป็นเวลานาน โดยอาการทางตาจะเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หรือมือถือ กล่าวคือ ถ้ายิ่งใช้งานคอมมาก อาการทางตาก็จะเป็นมากขึ้น

อะไรคือ Computer vision syndrome?

เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้มีอาการทางตาที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ เป็นเวลานาน โดยอาการทางตาจะเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้งานคอมพิวเตอร์หรือมือถือ กล่าวคือ ถ้ายิ่งใช้งานคอมมาก อาการทางตาก็จะเป็นมากขึ้น

โรคหลอดเลือดสมอง นักฆ่าเฉียบพลัน

โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาตเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย!

โรคหลอดเลือดสมอง นักฆ่าเฉียบพลัน

โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาตเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย!

การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)

ปัญหาเกี่ยวกับสมอง อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคซึมเศร้า ไมเกรน หรือแม้แต่การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ในปัจจุบันมีตัวช่วยใหม่ในการรักษา คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)

การกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า TMS (Transcranial Magnetic Stimulation)

ปัญหาเกี่ยวกับสมอง อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคซึมเศร้า ไมเกรน หรือแม้แต่การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง ในปัจจุบันมีตัวช่วยใหม่ในการรักษา คือเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (TMS)