โรคไวรัสพาราอินฟลูเอนซา คืออะไร? อาการ สาเหตุ และวิธีดูแลที่ควรรู้
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา คืออะไร?
ไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Human Parainfluenza Virus: HPIV) เป็นเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ที่สามารถก่อให้เกิดทั้งอาการเล็กน้อยคล้ายไข้หวัด ไปจนถึงภาวะติดเชื้อในปอดได้ โดยอาการมักจะรุนแรงในกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคปอดเรื้อรัง
ไวรัสชนิดนี้มี 4 สายพันธุ์หลัก (HPIV-1 ถึง HPIV-4) ซึ่งแต่ละชนิดอาจทำให้เกิดอาการแตกต่างกัน เช่น
-
บางชนิดสัมพันธ์กับการอักเสบของกล่องเสียงหรือ “ครูป” ที่จะมีมักมีอาการ “ไอเสียงก้อง”
-
บางชนิดอาจทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ หรือปอดอักเสบ
พาราอินฟลูเอนซา ต่างจากไข้หวัดใหญ่หรือไม่?
แม้จะมีอาการคล้ายกัน แต่เป็น “คนละเชื้อไวรัส”
-
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) มักมีอาการรุนแรงกว่า
-
พาราอินฟลูเอนซามักมีอาการใกล้เคียงไข้หวัดทั่วไป และพบในเด็กบ่อยกว่า
การติดต่อของโรค
ไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ผ่าน
-
ละอองฝอยจากการไอหรือจาม
-
การสัมผัสใกล้ชิด
-
การจับพื้นผิวที่มีเชื้อ แล้วสัมผัสหน้า
ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ
กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
-
เด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี
-
ผู้สูงอายุ
-
ผู้มีโรคประจำตัวเป็นโรคปอดเรื้อรัง
-
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
กลุ่มนี้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจได้มากกว่า
อาการของโรคพาราอินฟลูเอนซา
อาการมักเริ่มภายใน 2–6 วันหลังได้รับเชื้อ และมีลักษณะคล้ายไข้หวัดทั่วไป
อาการทั่วไป
-
ไข้
-
น้ำมูกไหล
-
ไอ มีเสมหะ
-
เจ็บคอ
-
จาม
อาการเพิ่มเติมที่อาจพบ
-
ปวดหู
-
เบื่ออาหาร
-
อ่อนเพลีย
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ หากมีอาการ เช่น
-
ไข้สูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส
-
เสียบแหบ ไอเสียงก้อง (คล้ายเสียงสุนัขเห่า)
-
หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
-
ริมฝีปาก เล็บมือหรือผิวหนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
-
มีอาการซึมลง
ในบางกรณี อาจพัฒนาเป็น
-
หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ
-
ปอดอักเสบ
-
ติดเชื้อในกระแสเลือด
การดูแลและการรักษา
ปัจจุบัน ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับพาราอินฟลูเอนซา การดูแลจึงเน้นการบรรเทาอาการเป็นหลัก
แนวทางดูแลตัวเอง
-
พักผ่อนให้เพียงพอ
-
ดื่มน้ำมากขึ้น
-
ใช้ยาลดไข้หรือบรรเทาอาการตามคำแนะนำ
ทั้งนี้ ยาปฏิชีวนะไม่สามารถใช้รักษาโรคนี้ได้ เนื่องจากเป็นการติดเชื้อไวรัส
วิธีป้องกันเบื้องต้น
แม้ยังไม่มีวัคซีนสำหรับโรคนี้โดยเฉพาะ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วย
-
ล้างมือสม่ำเสมอ
-
หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยหรือสถานที่ชุมชนแออัด
-
ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม
-
ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
สรุป
โรคไวรัสพาราอินฟลูเอนซาเป็นโรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็ก อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและสามารถดูแลได้ที่บ้าน แต่ควรเฝ้าระวังสัญญาณที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อน เพื่อเข้ารับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางในเวลาที่เหมาะสม ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ เรามีทีมแพทย์และพยาบาล แผนกเด็กที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

