การเรียนออนไลน์กับเด็ก

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือโควิด- 19  เด็กไม่สามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติเป็นระยะเวลานานเป็นปี และเพื่อไม่ให้เด็กขาดโอกาสที่จะเรียนรู้ การเรียนออนไลน์เป็นรูปแบบการเรียนที่โรงเรียนส่วนใหญ่ทั้งในและต่างประเทศนิยมใช้กันทั่วไป 

ข้อดีของการเรียนออนไลน์

1. เด็กและครอบครัวรู้สึกปลอดภัยจากการติดเชื้อ 

2. ครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น

3. พ่อแม่คอยส่งเสริมและสนับสนุนลูกในด้านการเรียน เด็กอาจทำงานโดยมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น 

การเรียนออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ 

  1. เด็กและครอบครัวจะต้องมีอุปกรณ์เทคโนโลยีที่พร้อม ทันสมัยและเหมาะสม 
  2. โรงเรียนมีสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะกับรูปแบบออนไลน์  
  3. ครูและนักเรียน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องมีความรู้และทักษะในการใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีนั้น 

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา พบว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดนี้วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่อายุระหว่าง 18-24 ปี ร้อยละ 63 มีความวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน จากการศึกษาทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย พบว่าการเรียนออนไลน์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต พฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก ดังนี้

ผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย

– ปวดตา มีปัญหาด้านสายตา ปวดเมื่อย ปวดหลัง เนื่องจากต้องนั่งอยู่หน้าจอนานๆ

– น้ำหนักเพิ่มขึ้นเนื่องจากขาดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมการเคลื่อนไหวตามปกติเมื่อเด็กไปโรงเรียน

– รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา พักผ่อนและนอนน้อยลง จากการบ้านที่เพิ่มขึ้น ขาดการฝึกวินัยในการเข้านอน ตื่นและรับประทานอาหารเพื่อไปโรงเรียน

ผลกระทบต่อด้านสุขภาพจิต พฤติกรรมและการเรียนรู้ของเด็ก

– เด็กรู้สึกเบื่อ ไม่มีสมาธิ และขาดแรงจูงใจในการเรียน เนื่องจากการเรียนออนไลน์จะประยุกต์การจัดกิจกรรมและฝึกปฏิบัติการเช่นที่โรงเรียนได้ค่อนข้างยาก  หรือสภาพแวดล้อมที่บ้านไม่เหมาะสมกับการเรียนออนไลน์

– เด็กแอบเล่นเกมในระหว่างเรียนออนไลน์ ไม่ได้ติดตามการเรียนในขณะนั้น 

– เด็กต้องเรียนอยู่หน้าจอตลอด  มีการบ้านมากและต้องส่งครูด้วยวิธีการที่ต่างไปจากเดิมทำให้เด็กรู้สึกเหนื่อยล้า หากเรียนที่โรงเรียนเด็กสามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆหรือครูในการส่งการบ้านได้ในบางเรื่อง 

– การเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์กัน สมองของเด็กจะมีการประมวลผลข้อมูลอื่นๆร่วมด้วย เช่น สีหน้าท่าทาง การสบตา ภาษากาย จังหวะและระดับของเสียงที่พูด เป็นต้น

– เด็กขาดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนซึ่งเป็นโอกาสที่เด็กจะได้ฝึกทักษะทางสังคม เด็กบางรายจะรู้สึกวิตกกังวลและซึมเศร้า

– เด็กได้รับผลกระทบจากความเครียดของผู้ปกครองที่เครียดจากสถานการณ์ ปัญหาเศรษฐกิจและต้องคอยกำกับดูแลลูกในการเรียนออนไลน์โดยเฉพาะผู้ปกครองเด็กเล็ก 

– เด็กที่ต้องสอบเข้าในช่วงชั้นต่อไป เช่น ม. 1, ม.4 หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะมีความเครียด วิตกกังวลเกี่ยวกับการสอบ รวมทั้งการวัดและประเมินผลที่จะต้องนำผลสอบไปใช้

แนวทางสำหรับพ่อแม่ในการดูแลเด็กที่เรียนออนไลน์

  • จัดตารางกิจกรรมในแต่ละวันร่วมกับลูก ได้แก่ การรับประทานอาหาร การเรียน ทำงานบ้าน พักผ่อนและออกกำลังกาย 
  • จัดสิ่งแวดล้อม มุมสงบในบ้านเป็นสถานที่เฉพาะสำหรับการเรียนเพื่อช่วยให้เด็กมีสมาธิในการเรียน 
  • ให้เด็กได้เว้นช่วงการเรียน พักจากหน้าจอเป็นระยะๆ ไปทำกิจกรรมอื่นๆบ้าง
  • ชวนลูกออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ
  • พูดคุยกับลูก ทำกิจกรรมที่สนุกร่วมกัน
  • กำกับและควบคุมในเรื่องวินัยของลูก เช่น การตื่น การรับประทานอาหาร เวลาเรียนและเข้านอนอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก
  • ให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องรียนในรูปแบบออนไลน์