ออฟฟิศซินโดรม ศัตรูตัวแสบของมนุษย์ออฟฟิศ

ออฟฟิศซินโดรม คือ อะไร?

“นั่งทำงานหน้าคอมนาน ๆ เดี๋ยวก็เป็นออฟฟิศซินโดรมหรอก” อาจเป็นประโยคที่เราอาจเคยได้ยินจากเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ตัว แม้ว่าชื่อโรคนี้อาจจะฟังดูหุ้นหูเสียเหลือเกิน แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะไม่แน่ใจว่า ออฟฟิศซินโดรมแท้จริงแล้วคืออะไร ดังนั้น เพื่อไขปัญหาคาใจดังกล่าว วันนี้เราจะมาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ ว่ามันเกิดจากอะไร อาการอย่างไร และสามารถรักษาให้หายหรือดีขึ้นได้อย่างไร มาดูกันเลย!

ออฟฟิศซินโดรมคืออะไรและมีสาเหตุมาจากอะไร?

เราอาจมองได้ว่า ออฟฟิศซินโดรม เป็นชื่ออาการโดยรวมที่พนักงานออฟฟิศมักเป็นกันอันเนื่องมาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อันได้แก่ อาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด ปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและเอ็น อาการปวดที่เกิดจากปลายประสาทถูกกดทับ หรืออาการอื่น ๆ โดยอาการปวดดังกล่าวอาจมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:

  • ท่าทางการนั่งทำงาน เช่น ลักษณะการวางศอก การวางมือบนโต๊ะทำงานที่ไม่ถูกต้อง
  • การบาดเจ็บจากอาการเดิมซ้ำ ๆ เช่นการคลิกเมาส์ซ้ำ ๆ ก่อให้เกิดการอักเสบบริเวณเอ็นข้อมือ
  • สิ่งแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม เช่น ลักษณะโต๊ะทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงในห้อง

ออฟฟิศซินโดรมมีอาการอย่างไรบ้าง?

เนื่องด้วยออฟฟิศซินโดรมเป็น “อาการโดยทั่วไป” ของพนักงานออฟฟิศ ถึงแม้การเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและข้อต่ออาจเป็นปัญหาใหญ่ แต่ในบางกรณี ก็อาจมีอาการอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นอาการที่สามารถพบได้จึงมีหลากหลาย ตัวอย่างเช่น:

  • กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ บริเวณคอ บ่า สะบัก โดยอาจส่งผลให้เกิดอาการของระบบประสาทอัติโนมัติร่วมด้วย เช่น เหงื่อออก วูบ หูอื้อ ตาพล่า เป็นต้น
  • การอักเสบของเอ็นบริเวณส่วนต่าง ๆ เช่น ข้อศอก ข้อมือ หรือนิ้วมือ เช่น อาการนิ้วล็อค
  • การกดทับของปลายประสาท เช่น พังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ หรือข้อศอก อาจมีผลให้เกิดอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง

สามารถป้องกันและรักษาอาการกลุ่มออฟฟิศซินโดรมได้อย่างไร

เนื่องด้วย ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรมเกิดมาจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ดังนั้นวิธีการป้องกันหรือรักษาอาการกลุ่มออฟฟิศซินโดรมโดยเบื้องต้น สามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อันได้แก่:

  • ปรับท่านั่งทำงานให้เหมาะสม เช่น วางข้อมือให้ตรง นั่งหลังตรงชิดกับพนักพิง
  • ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม เช่น ปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ให้สามารถนั่งทำงานในท่าที่สบายได้ และปรับหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา
  • ปรับการใช้งานกล้ามเนื้อให้เหมาะสม เช่น ยืดกล้ามเนื้อทุก 1 ชั่วโมง ขยับเปลี่ยนท่านั่งทำงานทุก 20 นาที และพักสายตาจากหน้าจอทุก 30 นาที
  • ออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสมกับอาการ เช่น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกายโดยการยืดกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการออกกำลังกาย

แม้ว่าออฟฟิศซินโดรมจะไม่ใช่อาการเจ็บป่วยที่รุนแรง แต่หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพและความสุขในการทำงานได้ ดังนั้นหากปรับพฤติกรรมแล้วอาการทั่วไปไม่ดีขึ้น ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและวิธีการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on email
Email
Share on print
Print