เช็คความเสี่ยงด้วยแบบทดสอบโรคเบาหวาน

ขึ้นชื่อว่าโรคเบาหวานแล้วคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ แต่มีอีกหลายคนไม่รู้ว่า อาการเบาหวาน เป็นอย่างไร

โรคเบาหวานนั้นอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด โดยจากสถิติของสมาคมโรคเบาหวาน พบว่า ในปี 2562 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวาน มากถึง 4.8 ล้านคน หากเทียบให้เห็นภาพคือเกือบเท่าคนกรุงเทพฯ ทั้งจังหวัดเลยทีเดียว

จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่าคนใกล้ตัวของเรา หรือแม้กระทั่งตัวเราเองนั้นก็ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน หรืออาจจะได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยเบาหวานก็ได้ ดังนั้นเราควรมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเบาหวาน เพื่อที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุข 

โรคเบาหวาน คืออะไร?

โรคเบาหวาน คือ อาการที่เป็นภาวะเรื้อรังของร่างกายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ อันเนื่องจากร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือการที่ประสิทธิภาพของฮอร์โมนอินซูลินด้อยลง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลิน ใน 2 กรณี ได้แก่

  • การหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนลดลง
  • ภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ซึ่งความบกพร่องดังกล่าวนี้ ทำให้ความสามารถของร่างกายในการดูดซึมน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงานของเซลล์ร่างกายลดลง จนเกิดระดับน้ำตาลในเลือดสะสมเป็นปริมาณมาก ส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อม เกิดโรค และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ขึ้น เช่น ตามองไม่ชัด ไตวายเรื้อรัง เท้าเป็นแผล โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต รวมไปถึงการตัดอวัยวะ เป็นต้น 

ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรคเบาหวาน

ค่า BMI บอกภาวะของท่าน

ค่า BMI (Body Mass Index) คือ ค่าดัชนีมวลกาย ที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) และส่วนสูง (เซนติเมตร) 

โดยประโยชน์ของ BMI ถูกนำมาใช้เป็นมาตรการที่ใช้ประเมินภาวะอ้วนและภาวะผอม ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ประเมินกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ BMI ยังสามารถใช้ประเมินอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ด้วย 

ซึ่งท่านสามารถคำนวนค่า BMI ของตัวท่านเองได้โดยการกรอกน้ำหนัก และส่วนสูงได้ที่นี่

คำนวนค่า BMI ของท่าน





ผลลัพธ์จะแสดงตรงนี้

หากคุณยังไม่แน่ใจ สามารถทำแบบทดสอบเพื่อวัดผลความเสี่ยงของคุณ และประเมินความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานได้ที่นี่ 👉

อาการของ โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยในระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้ไม่ได้เข้ามาพบแพทย์ ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการรักษาไป

ดังนั้นเราควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรมารับการตรวจคัดกรอง เพื่อจะได้ประโยชน์สูงสุด

ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวานมาได้สักระยะหนึ่งแล้วมักจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • กระหายน้ำบ่อย
  • ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
  • รับประทานมากขึ้นแต่น้ำหนักลด
  • ตาพร่าลาย เห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน
  • มีแผลเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

เพราะฉะนั้นสังเกตให้ดี หากคุณหรือคนที่คุณรักมีอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า รีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาโดยด่วน!

อาการเบาหวาน สำหรับผู้เป็นโรคเบาหวาน

แบบทดสอบเช็คความเสี่ยง เบาหวาน

หากคุณยังไม่แน่ใจ สามารถทำแบบทดสอบข้างล่างนี้ เพื่อวัดผลความเสี่ยงของคุณ และประเมินความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน

การตรวจวินิจฉัย โรคเบาหวาน

การตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานนั้น สามารถตรวจได้ 4 วิธี ดังนี้

    1. ในกรณีที่มีอาการของโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย กินจุแต่น้ำหนักลด เป็นต้น สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจเลือด โดยไม่ต้องงดอาหาร ซึ่งจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 200 mg%
    2. ในกรณีที่มีความเสี่ยงแต่ไม่มีอาการ สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจเลือด โดยงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ซึ่งจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 126 mg% ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ดีที่สุด เพราะสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ในระยะแรก ๆ ทำให้ผลการรักษามักจะดี 
    3. ตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด โดยมีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C)  มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5% 
    4. ตรวจวินิจฉัยด้วยการให้รับประทานน้ำตาลกลูโคส 75 กรัม หลังรับประทานทาน 2 ชั่วโมง หากมีระดับน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 200 mg% ถือว่าเข้าเกณฑ์
เครื่องมือตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

การรักษา เบาหวาน

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาได้ให้มีการใช้ชีวิตใกล้เคียงคนปกติได้ ซึ่งประกอบด้วย

การรักษาแบบใช้ยา

ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ยารับประทานและยาฉีด  โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยในปัจจุบันยารักษาโรคเบาหวานนั้นมีผลข้างเคียงน้อย และสะดวกในการใช้ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย  

 

การรักษาแบบไม่ใช้ยา

คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คุมอาหาร และออกกำลังกาย เช่น

 

รักษาเบาหวานแบบไหนที่เรียกว่ารักษาแล้วได้ผลดี?

การรักษาเบาหวานมีเป้าหมายหลัก ๆ อยู่ 3 ข้อ ดังนี้

      1. รักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คือระดับน้ำตาลหลังงดน้ำและอาหาร (Fasting Plasma Glucose) อยู่ระหว่าง 80-130 mg% และน้ำตาลสะสม (HbA1C) น้อยกว่า 6.5% โดยในผู้สูงอายุอาจปรับลดเป้าหมายลง เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ
      2. ป้องกันภาวะแทรกซ้อนทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง ซึ่งข้อนี้แพทย์ที่ดูแลจะประเมินอย่างต่อเนื่องและ เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
      3. การตรวจโรคร่วมอื่น ๆ  อันได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

โดยที่คลินิกโรคเบาหวานเเละความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ให้บริการ วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม พร้อมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย คุณจึงสามารถไว้วางใจในมาตรฐานและความปลอดภัยในการบริการ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาได้ที่
Call Center 02-080-5999 หรือ LINE : @psuv

หากคุณมีความเสี่ยงเบาหวานและต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
สามารถติดต่อสอบถามเราได้ที่นี่

เรายินดีให้บริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง