Shockwave ต่างกับ Ultrasound และ Laser อย่างไร

          Shockwave เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดคลื่นกระแทก คล้ายกับการกดนวดด้วยมือ แต่ถ้ากล้ามเนื้อที่มีปัญหาอยู่ลึก การกดด้วยมือจะต้องออกแรงกดมากเพื่อกดให้แรงลงไปถึงกล้ามเนื้อนั้น ๆ แรงกดอาจส่งลงไปไม่ถึง หรืออาจทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่ตื้นกว่าบอบช้ำได้ ซึ่งเครื่อง Shockwave สามารถส่งคลื่นกระแทกได้ลึกและมีความถี่ที่มากกว่าการกดด้วยมือ ดังนั้นโอกาสที่กล้ามเนื้อที่อยู่ตื้นจะบอบช้ำจึงมีน้อยกว่า และคลื่น Shockwave มีผลทางชีววิทยา (Biological effect) กระตุ้นให้เกิดการซ่อมสร้างหลอดเลือดใหม่ กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปบริเวณนั้นมากขึ้น ในเลือดมีสารอาหารและออกซิเจน การที่เลือดไหลเวียนไปที่เนื้อเยื่อมากขึ้นจึงเป็นการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อซ่อมแซมตัวเองเร็วขึ้น

          โดยปกติใยกล้ามเนื้อจะหดและคลายตัว แต่ถ้าใช้งานกล้ามเนื้อมากกว่าปกติ อาจทำให้ใยกล้ามเนื้อหดตัวค้าง ไม่คลาย เกิดเป็นปม หรือ ก้อนในกล้ามเนื้อ ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ดีเกิดการคั่งค้างของของเสีย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอาการปวดตามมา การใช้เครื่อง Shockwave เครื่องจะส่งคลื่นกระแทกทำให้กล้ามเนื้อที่เป็นปมเป็นก้อนนิ่มลงและคลายตัวได้ง่ายขึ้น และหากรักษาบริเวณเส้นเอ็นหรือผังผืดยังช่วยกระตุ้นการปล่อย Growth factor ทำให้เกิด fibroblast proliferation เป็นการกระตุ้นการซ่อมสร้างเส้นเอ็นและผังผืดให้เร็วยิ่งขึ้น เช่น โรครองช้ำ มักจะมีการฉีกขาดเล็ก ๆ (micro-trauma) ของผังผืดใต้ฝ่าเท้า การใช้เครื่อง Shockwave จึงเป็นทางเลือกในการรักษาโรคนี้

Ultrasound และ Laser คืออะไร

          โดยปกติเราจะคุ้นเคยกับกระเป๋าน้ำร้อน ลูกประคบ หรือ แผ่นประคบร้อน (hot pack) ซึ่งสามารถใช้ในการคลายกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมสร้างให้เร็วขึ้นได้ เพียงแต่ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นให้ความร้อนในระดับตื้น ไม่เกิน 1-2 cm. ถ้าหากกล้ามเนื้อที่มีปัญหาอยู่ลึกเกินกว่านั้น จะไม่สามารถส่งความร้อนลงไปถึงได้ จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องที่ทำให้เกิดความร้อนลึก เช่น Ultrasound (US), Laser, Short wave diathermy, Microwave diathermy เป็นต้น

ในบทความนี้จะขออธิบายโดยสรุปเฉพาะ Ultrasound และ Laser

          US และ Laser มีจุดประสงค์ในการรักษาเหมือนกันคือ ทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อชั้นลึก ความร้อนจะทำให้เนื้อเยื่อคลายตัวและเพิ่มการไหวเวียนของเลือด กระตุ้นการซ่อมสร้างของเนื้อเยื่อให้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่ต่างกันของ 2 ตัวนี้ คือ กลไกที่ทำให้เกิดความร้อนและผลทางชีววิทยาที่เกิดจากกลไกนั้น ๆ

          US เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดคลื่นเหนือเสียง ซึ่งเป็นพลังงานกลส่งผ่านไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนสะสมเป็นความร้อนขึ้นในเนื้อเยื่อ

          Laser จะเป็นเครื่องที่ปล่อยคลื่นแสงทำให้กระตุ้นเนื้อเยื่อให้เกิดผลทางชีววิทยาและสมสมคลื่นแสงจนเกิดเป็นความร้อน ความยาวคลื่นของ Laser จะอยู่ในช่วงแสงที่ตามองเห็น (Visible) จนถึง Infrared ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิดของเครื่อง

          อธิบายถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านที่เคยได้รับการรักษาด้วย US หรือ Laser อาจสงสัยว่าทำไมบางครั้งขณะรักษาถึงไม่รู้สึก อุ่น ร้อน หรือแม้กระทั่งไม่รู้สึกอะไรเลย !!! นั่นเป็นเพราะ US และ Laser สามารถปรับค่าต่าง ๆ ได้ ซี่งต้องปรับเลือกให้ค่าต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับอาการและพยาธิสภาพของคนไข้ ณ ตอนนั้น อย่างเช่น ถ้าเพิ่งบาดเจ็บมาใหม่ ๆ หรือมีอาการอักเสบจะไม่สามารถปรับค่าเครื่องมือจนถึงกับรู้สึกอุ่นได้ เนื่องจากถ้ามีการอักเสบ หรือ เพิ่งบาดเจ็บใหม่ ๆ แล้วใช้ความร้อนอาจทำให้อักเสบรุนแรงขึ้น หรืออาการปวดเป็นแย่ลงได้ แต่ทุกท่านไม่จำเป็นต้องกังวลว่า ถ้าไม่อุ่น ไม่ร้อน จะไม่ได้รับผลการรักษาอย่างเต็มที่ เช่น ถ้าใช้เครื่อง Laser ผลทางชีววิทยาของเครื่อง Laser เกิดขึ้นตั้งแต่ใช้เครื่องแม้จะเป็น dose ต่ำ ๆ ซึ่งเหมาะกับบริเวณที่มีการอักเสบหรือบาดเจ็บใหม่ ๆ เพียงแต่พลังงานที่ให้ไปไม่ได้มากจนเกิดการสะสมเป็นความร้อน จนเรารู้สึกได้เท่านั้นเอง และในการรักษาผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังที่ต้องใช้ dose ที่สูงขึ้น เพื่อให้เกิดการสะสมความร้อน เเต่ละเครื่องมือจะให้ความรู้สึกในการรักษาที่แตกต่างกัน เช่น US อาจจะรู้สึกตื้อ ๆ หน่วง ๆ หรือแม้กระทั่งไม่รู้สึกอะไรเลย ส่วน Laser ถ้าเป็นเครื่อง low laser power จะไม่รู้สึกอะไรเลยขณะรักษา แต่ถ้าเป็นเครื่อง High power laser อาจจะรู้สึกอุ่นได้

          การเลือกใช้เครื่องมือและ dose ต่าง ๆ ในการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญและละเอียดอ่อน เครื่องมือต่าง ๆ มีข้อห้ามและข้อควรระวังแตกต่างกัน ดังนั้นควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อพิจารณาการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับอาการและพยาธิสภาพของโรค และขณะทำการตรวจหรือรักษาควรให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการใช้เครื่องมือ เช่น ถ้าใช้ High power laser รักษาอาการปวดเรื้อรัง ควรจะรู้สึกอุ่นเล็กน้อยหรืออุ่นสบาย หากรู้สึกอุ่นจัด ร้อน หรือแสบผิวหนังควรแจ้งผู้รักษาทันที เนื่องจากอาจสะสมความร้อนมากเกินไปจนเกิดแผลพุพองได้ หรือในการทำ US บางตำแหน่งที่ใกล้กับปุ่มกระดูก อาจเกิดการสะสมความร้อนที่เยื่อหุ้มกระดูกจนเกิดอาการปวดขึ้นกระทันหันได้

          โดยสรุป คือ Shockwave เป็นเครื่องที่ทำให้เกิดคลื่นกระแทก แต่ US และ Laser เป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อชั้นลึก ซึ่งทั้ง 2 แบบสามารถทำให้เนื้อเยื่ออ่อนตัวลงและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเพื่อกระตุ้นการซ่อมสร้างได้เหมือนกัน

          ดังนั้น Shockwave จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่สามารถบอกได้ว่าเครื่องมือไหนดีที่สุด เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในของคนไข้ เช่น บางท่านชอบ Shockwave บางท่านไม่ชอบเพราะเจ็บ และยังขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายคนไข้ด้วย

          ไม่มีรูปแบบการรักษาหรือเครื่องมือใดดีที่สุด ขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของโรคและการตอบสนองของร่างกายต่อการรักษานั้น ๆ ของแต่ละบุคคล นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมีการรักษาทางเลือกมากมาย และการฝังเข็มหรือครอบแก้วก็เป็นหนึ่งในทางเลือกในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อด้วย

           หากต้องการปรึกษาแนวทางการรักษาด้วยเครื่อง Shock wave, Ultrasound หรือ Laser สามารถพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ สามารถติดต่อปรึกษาเพิ่มเติมหรือนัดจองในระบบได้ที่ Line ID: psuv_pt (ปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนฝังเข็ม ไม่มีค่าใช้จ่าย!!!)

บทความโดย : คลินิกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ