เช็คด่วน !! เจ็บคอ แบบนี้เกิดจากอะไร ?

หลาย ๆ คน คงต้องเคยมีอาการเจ็บคออย่างแน่นอน เพราะแค่อากาศเปลี่ยนหรือเป็นหวัดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะมีอาการนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ๆ ซึ่งปกติแล้วเมื่อหวัดหายร่างกายแข็งแรงขึ้น อาการเจ็บคอก็จะหายไปด้วย แต่ในบางคนกลับมีอาการเจ็บคอต่อเนื่องอีกเป็นอาทิตย์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพของแต่ละคนด้วยค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อาการเจ็บคอนั้น ก็ไม่ได้มีมาจากแค่สาเหตุการเป็นหวัดอย่างเดียวนะคะ แต่อาการนี้ยังบอกอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับร่างกายของเราได้อีกมากมาย เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ

อาการเจ็บคอ คืออะไร ?

อาการเจ็บคอ (Sore Throat) เป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งของร่างกาย ที่สร้างความเจ็บปวดหรือ แสบร้อนระคายเคืองเนื้อเยื่อในลำคอเกิดจากคออักเสบ (Pharyngitis) ต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)  กล่องเสียงอักเสบ (Laryngitis) หรือส่วนอื่น ๆ ในลำคอเกิดการอักเสบและระคายเคือง บางครั้งทำให้เกิดความลำบากในการกลืนอาหารและน้ำรวมถึงการเปล่งเสียงด้วย

อาการเจ็บคอเกิดจากอะไร ?

อาการเจ็บคอมีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการป่วยได้หลากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ (Infectious cause) แต่ก็มีบางกรณีที่อาการเจ็บคอไม่ได้เกิดมาจากการติดเชื้อ (Non-infectious cause) ซึ่งต้นเหตุของอาการเจ็บคอที่พบบ่อยสามารถจำแนกได้ ดังนี้

  1. การเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อ

1.1 การเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (Viral sore throat): เป็นอาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อไวรัส และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด มีไวรัสต้นเหตุหลายตัวด้วยกัน เช่น

            • เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด เช่น Rhinovirus (ไวรัสไรโน), Adenovirus (ไวรัสอะดีโน)

            • เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 คือ Coronavirus (ไวรัสโคโรนา)

            • ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่ คือ Influenza Type A Virus, Influenza Type B Virus

            • ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโมโนนิวคลิโอสิส คือ Epstein-Barr Virus (ไวรัสเอ็บสไตน์บาร์)

            • ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัด คือ Paramyxovirus (ไวรัสพารามิคโซ)

            • ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส คือ Varicella Virus (ไวรัสวาริเซลลา)

            • ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเริม คือ Herpes Simplex Virus (ไวรัสเฮอร์ปีส์)

            • ฯลฯ

1.2 การเจ็บคอที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (ฺBacterial sore throat): ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Streptococcus, Haemophilus influenzae เป็นต้น ซึ่งจะเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อบุในลำคอและต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบและบวมแดงได้ มีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กอายุ 3-14 ปี มากกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria Gonorrhoea) ต้นเหตุของโรคหนองใน และเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia) ต้นเหตุโรคหนองในเทียม

1.3 การเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อก่อโรคอื่น ๆ เช่น เชื้อรา 

  1. การเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ (Non-infectious cause): อาจเกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในลำคอ หรือการใช้เสียงมากเกินไป รวมถึงปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอย่างอากาศแห้ง มลพิษในอากาศ การสูบบุหรี่ การสูดดมควันไฟ สารเคมี ก้างปลาติดคอ หรืออาการแพ้ และโรคบางอย่าง เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคเนื้องอกในลำคอและกล่องเสียง เป็นต้น

อาการเจ็บคอเป็นอย่างไร ?

อาการเจ็บคอจะแสดงอาการเจ็บป่วยที่แตกต่างกันตามต้นเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างความลำบากในการเปล่งเสียงและรับประทานอาหารได้ โดยสามารถแบ่งอาการเจ็บคอตามสาเหตุได้ ดังนี้

    • การเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อไวรัส มักมีอาการเหมือนกับไข้หวัด คือ มีไข้ ไอ น้ำมูกไหล เสียงแหบ ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว อาการเจ็บคอมีความรุนแรงน้อยจนถึงปานกลาง 
    • การเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมักมีอาการรุนแรงกว่า มักมีไข้สูง  เจ็บปวดเวลากลืน ต่อมทอนซิลบวมแดงหรือเป็นจุดหนองสีขาว คอแดง ลิ้นไก่บวมแดง มีเสมหะสีเขียวเหลือง อาจพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโตและเจ็บ
    • การเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ อาจมีเพียงอาการแสบหรือเจ็บคอตามสาเหตุ อาการอาจจะไม่รุนแรงมากนัก และมักจะไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก แต่อาจมีอาการอื่นร่วมด้วยแทน เช่น อาการจุกแน่นลิ้นปี่ เรอเปรี้ยว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีประวัติสิ่งแปลกปลอม หรือมีประวัติสูดดมสารเคมี/มลพิษ เป็นต้น

อาการที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องไปพบแพทย์

อาการเจ็บคอเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยสามารถรักษาอาการเจ็บคอที่บ้านได้เอง และอาการมักจะบรรเทาลงภายใน 3-5 วัน แต่สำหรับผู้ป่วยบางคนที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ   อาจมีอาการแย่ลง หรือหายเจ็บคอยากแม้จะผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์ ให้สังเกตลักษณะอาการต่อไปนี้ แล้วไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

    • มีไข้สูง

    • เจ็บคอรุนแรง

    • กลืนลำบากจนแทบกลืนไม่ได้/ สำลักอาหาร และน้ำ

    • หายใจลำบาก

    • มีเลือดปะปนอยู่ในน้ำลายหรือเสมหะ

    •  ปวดศีรษะ

    • เจ็บหู หูอื้อ

    • คลื่นไส้อาเจียน

    • ปวดตามไขข้อกระดูก

    • ผื่นขึ้นตามผิวหนัง

    • ปัสสาวะขุ่นพร้อมเลือดปน

การรักษาไข้หวัดเจ็บคอมีอะไรบ้าง ?

หากเป็นการติดเชื้อไวรัส สามารถรักษาตามอาการได้เพราะไม่มียาฆ่าไวรัสหวัด ยกเว้นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแพทย์อาจให้ถ้าสงสัยการติดเชื้อดังกล่าว ร่างกายของเรามีภูมิต้านทานที่จะใช้กำจัดเชื้อไวรัสได้เอง โดยการรักษาตามอาการก็จะเป็น “ตัวช่วย” บรรเทาอาการ ในขณะที่ภูมิต้านทานของเรากำลังกำจัดเชื้อ ยาบรรเทาอาการได้แก่ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอละลายเสมหะ ฯลฯ ที่สำคัญต้องนอนพักผ่อนอย่าง  เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อย 2 ลิตร เพื่อให้ภูมิต้านทานของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปอาการจะสามารถหายได้เอง

หากเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ในกรณีนี้เองที่ยาปฏิชีวนะ จะมีบทบาทในการเป็นผู้ช่วยขัดขวางการแพร่กระจายของแบคทีเรียตัวร้ายและทำลายเชื้อร่วมกับภูมิต้านทานของตัวเราเอง โดยหากต้องกินยาปฏิชีวนะควรกินด้วยขนาดและเวลาตามที่แพทย์แนะนำให้ครบ ไม่กิน ๆ หยุด ๆ เองเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อดื้อยาไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด

ดูแลตนเองอย่างไร ? เมื่อมีอาการเจ็บคอ

  • เลี่ยงการใช้เสียง เมื่อเจ็บคอ เราไม่ควรใช้เสียงมากเพราะจะทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณคอมากขึ้น และทำให้คอแห้งได้ง่าย
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น การดื่มน้ำให้เพียงพอวันละประมาณ 2 ลิตรต่อวันนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาอาการเจ็บคอ เพราะหากดื่มน้ำน้อยร่างกายจะขาดน้ำ ส่งผลให้ผลิตน้ำลายและเมือกได้น้อยกว่าปกติ ทำให้คอแห้งและเกิดอาการเจ็บคอตามมา การดื่มน้ำเปล่า น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้องจึงเป็นทางเลือกที่ดี และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพราะจะทำให้คอแห้ง และอาการแย่ลงกว่าเดิมได้
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ การกลั้วคอด้วยน้ำเกลือสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ เนื่องจากน้ำเกลือจะช่วยดึงเมือกออกจากเนื้อเยื่อที่บวมหรืออักเสบ อีกทั้งเกลือยังทำหน้าที่ช่วยต้านแบคทีเรียจึงยับยั้งการเจริญเติบโตของ แบคทีเรียได้ เราสามารถกลั้วคอด้วยน้ำเกลือโดยผสมเกลือครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วคอวันละ 2-3 ครั้ง
  • รับประทานน้ำผึ้ง น้ำผึ้งมักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนนึกถึงเมื่อเกิดอาการเจ็บคอ เพราะมีรสชาติที่หอมหวานและทำให้ชุ่มคอ อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยต้านแบคทีเรีย แก้อักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ และหากนำน้ำผึ้งผสมกับน้ำอุ่น บีบมะนาวเล็กน้อย ดื่มระหว่างวันจะยิ่งช่วยให้อาการเจ็บคอดียิ่งขึ้นด้วย
  • หลีกเลี่ยงอากาศแห้ง และฝุ่นควัน ดังที่กล่าวไปข้างต้น “อากาศที่แห้ง” เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บคอ เพราะอากาศจะเสียดสีทำให้ระคายเคืองคอ ฉะนั้นการหายใจในอากาศที่ชื้นขึ้นจึงสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ โดยเราสามารถเปิดเครื่องทำความชื้นไว้ในห้อง สูดไอน้ำจากการอาบน้ำอุ่น หรือการต้มน้ำบนเตาเป็นเวลา 30 นาที ก็สามารถช่วยเพิ่มความชื้นในบ้านได้ เมื่อออกจากบ้านควรสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นควัน และสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ
  • การพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะระหว่างนอนหลับ ร่างกายจะเกิดการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลกับการฟื้นฟูร่างกาย และฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอร่างกายจะสามารถซ่อมแซม และกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันทำงานอย่างเป็นปกติ และมีประสิทธิภาพโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับ 7-8 ชม. ต่อวันเป็นอย่างน้อย

 การดูแลสุขภาพตนเองเป็นเรื่องสำคัญมากนะคะ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองเริ่มเจ็บคอใหม่ ๆ แนะนำให้ลองดื่มน้ำอุ่นเยอะ ๆ และหายาอมที่บรรเทาอาการเจ็บคอมาทาน แต่ถ้า 2-3 วันรู้สึกไม่หายเสียที แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดดีกว่าค่ะ เผื่อบางทีอาจมีอะไรที่มากกว่าอาการเจ็บคอธรรมดาก็เป็นได้ค่ะ