เค็มซ่อนโรค

กินเค็มมากเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพ

โรคหัวใจและหลอดเลือด

การได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกินความต้องการ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจร้อยละ 49 โรคอัมพฤกษ์อัมพาตร้อยละ 62 ของการเกิดโรคทั้งหมด

จากการศึกษาของ Mozaffarian และคณะ พบว่าการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจจำนวน 1,650,000 ราย ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2010 มีสาเหตุมาจากการกินโซเดียมเหนือระดับอ้างอิง คือ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

การลดปริมาณโซเดียมในผู้ใหญ่ให้ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวันมีผลต่อการลดระดับความดันโลหิตและโอกาสต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัมพฤกษ์ อัมพาด

โชเดียมจะเข้าสู่ร่างกายและปะปนในเลือด ทำให้เลือดเสียสมดุล หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น เมื่อความดันโลหิตสูงก็จะส่งผลต่ออวัยวะอื่น ๆ เป็นลำดับ เช่น ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เต้นเร็วขึ้น และเสี่ยงที่จะหัวใจวายไปจนถึงเส้นเลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้เลยทีเดียว

โรคความดันโลหิตสูง

การศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคเกลือโซเดียมกับการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเริ่มต้น โดย Louis Dahl และคณะ ในปี พ.ศ. 2503 พบว่าการได้รับเกลือโซเดียมมีความสัมพันธ์กับความซุกของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจะนำไปสู่โรคอื่น ๆ ที่เป็นภาวะแทรกซ้อน

ยิ่งกินเค็มยิ่งอ้วน

จากกาศึกษาพบว่ารสชาติของอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนกินอาหารมากขึ้น โดยรสเค็มเป็นรสที่ส่งผลต่อการกินมากที่สุด รสชาติเค็มจะเร่งการผลิตโดปามีนซึ่งเป็นสารเคมีในสมองส่งผลต่ออารณ์ความพึงพอใจ ความสุข ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหาร เมื่อติดรสเค็มแล้วหากไม่ได้กินเค็มก็จะรู้สึก ว่าอาหารไม่อร่อย รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย นอกจากนี้ผู้ที่ติดรสเค็มเพียงแค่นึกถึง อาหารที่มีรสเค็มก็จะเกิดความรู้สึกหิวและอยากอาหารขึ้นมา จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ชอบกินเค็มเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ง่าย

โรคเบาหวาน

การศึกษาพบว่า ในผู้ป่วยโรคเบาหวานซึ่งมีความบกพร่องของการทำงานของอินซูลินนั้น การลดปริมาณการกินโซเดียมลงมีผลต่อการเพิ่มระดับการทำงานของอินซูลินดีขึ้น ส่งผลให้ควบคุมโรคเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น

โรคไตวายเรื้อรัง

การที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงทำให้มีผลกระทบโดยตรงต่อไตซึ่งเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดโซเดียม ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจากการทำงานหนักและความเสื่อมนั้นจะคงอยู่ตลอดไป แม้จะมีการลดปริมาณโซเดียมลงในภายหลัง

นอกจากนี้ภาวะความดันโลหิตสูงก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไตเสื่อมด้วยซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุจากการได้รับโซเดียมในปริมาณสูง

บทความโดย : กรมควบคุมโรค