มะเร็งตับอ่อน

        มะเร็งตับอ่อน พบได้ไม่บ่อยแต่มีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 8 ของโลก เนื่องจากผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ด้วยอาการ ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือตัวเหลือง และส่วนใหญ่ก้อนมะเร็งที่ตรวจพบมักมีขนาดใหญ่หรือมีการแพร่กระจายไปแล้ว มีผลให้คนไข้ 80 – 85% อยู่ในระยะที่ไม่สามารถผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้ และคนไข้มักจะเสียชีวิตใน 1 ปี หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เรามาทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้มากขึ้นกันนะคะ

มะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer) คือ เนื้องอกร้ายหรือมะเร็งซึ่งเกิดขึ้นจากเซลล์ของตับอ่อน ผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนมักมาพบแพทย์เมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ เนื่องจากอาการในระยะแรกมักไม่เฉพาะเจาะจงหรือไม่มีอาการแสดงเลย จนกระทั่งเป็นมากแล้วจึงจะแสดงอาการ เช่น ปวดท้องหรือปวดหลังเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)

กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนสูง

    • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน และมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ดีนัก เช่น ชอบสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ชอบบริโภคอาหารไขมันสัตว์มากและผักผลไม้น้อย เป็นต้น

    • ผู้ที่ทานอาหารมันเลี่ยนแล้วท้องเสีย โดยเฉพาะผู้ที่ถ่ายออกมาแล้วพบว่ามีไขมัน ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าสมรรถภาพของสารคัดหลั่งของต่อมมีท่อในตับอ่อนถูกทำลาย

    • คนวัยหนุ่มสาวที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน แต่กลับเป็นโรคเบาหวานขึ้นมากะทันหัน ซึ่งอาจเป็นการล่วงหน้าของโรคมะเร็งตับอ่อนได้ และผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมามากกว่า 5 ปีจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนได้มากกว่าคนทั่วไปประมาณ 1.2 เท่า

อาการมะเร็งตับอ่อน

อาการของมะเร็งตับอ่อนระยะแรกค่อนข้างคลุมเครือและไม่ชัดเจน อาการจะแสดงชัดเมื่อมะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่นหรือท่อน้ำดีอุดตัน ได้แก่

    • น้ำหนักลด

    • เบื่ออาหาร

    • ภาวะตัวตาเหลือง (ตัวตาเหลืองและปัสสาวะมีสีเข้ม)

    • ปวดในท้องส่วนบน

    • ปวดหลัง

    • อ่อนแรง

    • คลื่นไส้และอาเจียน

    • 10 – 20% มีอาการของโรคเบาหวาน เนื่องจากมะเร็งไปยับยั้งการผลิตอินซูลิน

การรักษา

การผ่าตัดเป็นการรักษาที่ให้ผลการรักษาดีที่สุด แต่ผู้ป่วยส่วนมาก มาพบแพทย์ในระยะที่โรคลุกลามไปมากแล้ว ทําให้ไม่สามารถให้การรักษาด้วยการ ผ่าตัดได้ มีเพียง 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยเท่านั้นที่สามารถผ่าตัดได้ ในกรณีที่โรค ลุกลามไปแล้วอาจพิจารณารักษาด้วยการให้เคมีบําบัดร่วมกับรังสีรักษาในบางราย ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการดีซ่านอาจให้การรักษาด้วยการส่องกล้องเพื่อขยายท่อน้ําดี และใส่ท่อระบายน้ําดี ซึ่งจะทําให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

มะเร็งตับอ่อนเป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อยนัก มักพบเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หรือพบระยะลุกลาม และมักมีอัตราเสียชีวิตสูงได้ เนื่องจากอาการเริ่มแรกมักไม่จำเพาะเจาะจง อาจมีเพียงอาการปวดท้องหรือไม่มีอาการเลย ทำให้การรักษามีความล่าช้า ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับอ่อนสูงคือผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีรูปร่างค่อนข้างอ้วน และผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จึงควรสังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอ ถ้าหากมีความผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์นะคะ

บทความโดย : ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

Facebook
Twitter
Email
Print