คุณแม่มือใหม่ กับการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์
คุณแม่มือใหม่ กับการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ สามารถพบได้ 3 – 14% ของหญิงตั้งครรภ์ทั้งหมด เนื่องจากในหญิงตั้งครรภ์จะมีการสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งจากรกขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ต้านอินซูลิน จึงทำให้คนที่ตั้งครรภ์มีน้ำตาลสูงมากกว่าคนปกติ

ผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน, มีประวัติคลอดเด็กน้ำหนักมาก, มีประวัติคลอดเด็กเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ, เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ครั้งก่อน, หญิงที่ตั้งครรภ์ช่วงอายุมาก หรือ มีน้ำหนักมากตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์

การคัดกรองโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

ในคุณแม่ที่มาฝากครรภ์ทุกราย จะได้รับการตรวจคัดกรองที่อายุครรภ์ 24 – 28 สัปดาห์ โดยการตรวจคัดกรองด้วย 50g GCT

คือ ให้คุณแม่รับประทานน้ำตาลกลูโคสขนาด 50 กรัม โดยไม่ต้องงดน้ำ – งดอาหาร และทำการเจาะเลือด เพื่อดูค่าน้ำตาลที่ 1 ชั่วโมง หลังรับประทาน

หากผลน้ำตาลสูงผิดปกติ จะต้องทำการตรวจเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อไป โดยการตรวจวินิจฉัยด้วย 100g OGTT โดยทำการเจาะเลือดขณะอดอาหาร และหลังให้รับประทานกลูโคส 100 กรัม ที่ 1, 2 และ 3 ชั่วโมงตามลำดับ (รวมเจาะเลือดทั้งหมด 4 ครั้ง)

หากผลพบความผิดปกติ มากกว่าหรือเท่ากับ 2 ค่า คุณแม่จะได้รับการวินิจฉัยโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และทำการรักษาควบคู่กับการฝากครรภ์ต่อไป

ผลของ โรคเบาหวาน ต่อ การตั้งครรภ์ และการคลอด

  • โอกาสการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น

  • น้ำคร่ำปริมาณมากกว่าปกติ

  • อัตราการผ่าตัดคลอด อาจเพิ่มขึ้น 

  • ภาวะความดันโลหิตสูง เนื่องจากการตั้งครรภ์สูงขึ้นประมาณ 4 เท่า และครรภ์เป็นพิษ

  • ติดเชื้อได้ง่ายพบได้ถึงร้อยละ 80 รวมถึงแผลผ่าตัดติดเชื้อหลังคลอด

  • อัตราการตายของมารดา เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในรายที่เป็นเบาหวานรุนแรง และควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี 

  • อัตราการตกเลือดหลังคลอดเพิ่มขึ้น

  • โอกาสเป็นโรคเบาหวานเรื้อรังเพิ่มขึ้น

  • เบาหวานขึ้นตา ทำให้การมองเห็นผิดปกติ

  • เบาหวานลงไต ทำให้ไตเสื่อมสภาพ

  • ปัญหาอื่นๆที่พบได้ เช่น การคลอดยาก คลอดติดขัด แผลขนาดใหญ่กว่าปกติ และอันตรายต่อช่องทางคลอด เนื่องจากทารกตัวใหญ่กว่าปกติ

ผลของ โรคเบาหวาน ต่อ ทารกในครรภ์ และทารกแรกคลอด

  • ทารกอาจเสียชีวิตในครรภ์ โดยไม่ทราบสาเหตุ 

  • ทารกอาจเกิดภาวะการณ์หายใจผิดปกติ ขาดออกซิเจน หายใจเหนื่อยกว่าปกติ

  • เพิ่มอัตราการเข้ารักษาในห้อง ICU ทารกแรกเกิด หรือต้องสังเกตอาการใกล้ชิด รวมถึงการใส่ท่อช่วยหายใจในเด็กแรกเกิด

  • ทารกพิการโดยกำเนิด ความผิดปกติที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ผนังห้องหัวใจรั่ว หรือส่งผลต่อระบบประสาทและกระดูกสันหลังของเด็กในครรภ์

  • ทารกโตช้าในครรภ์ ในมารดาที่เป็นเบาหวานชนิดที่มีภาวะแทรกซ้อนของระบบหลอดเลือด

  • การติดเชื้อของทารกเพิ่มขึ้นช่วงหลังคลอด

  • เด็กที่เกิดจากมารดาที่เป็นเบาหวานตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ มีโอกาสเกิดโรคเบาหวาน ร้อยละ 1 – 3 และถ้าบิดาและมารดาเป็นเบาหวาน ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20

การดูแลรักษาคุณแม่ที่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีความสำคัญอย่างมาก อยู่ที่การประเมินความเสี่ยง และให้การดูแลควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย  ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ ดังที่กล่าวมาข้างต้น

หากคุณแม่เข้ารับการฝากครรภ์ ตั้งแต่ไตรมาสแรก ทางสูตินรีแพทย์ จะมีการให้คำปรึกษา การพิจารณาความเสี่ยง และส่งตรวจคัดกรองหาโรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม