ต้อหิน โรคร้ายขโมยการมองเห็น

ต้อหิน โรคร้ายขโมยการมองเห็น

โรคต้อหิน (Gluacoma)

ต้อหิน เป็นโรคร้ายที่ฟังดูไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วอันตรายมากเนื่องจากเป็นโรคที่มักไม่แสดงอาการ ทำให้เสี่ยงตาบอดได้ เราจึงขอชวนทุกคนมารู้จักกับโรคต้อหิน หากผู้อ่านหรือคนใกล้ตัวเป็น จะได้รักษาได้ทันท่วงที ไม่ต้องสูญเสียการมองเห็นไป

รู้จักกับโรคต้อหิน

โรคต้อหิน หนึ่งในกลุ่มโรคต้อ มีต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม และต้อหิน แต่ต้อหินเป็นต้อเพียงชนิดที่ไม่มีตัวต้อให้เห็น เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะตาบอดที่รักษาไม่ได้ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจลุกลามโดยไม่ทันสังเกต เพราะเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น มักจะทราบตอนใกล้ตาบอดแล้ว ซึ่งหากถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ตาก็จะบอดในที่สุดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในแต่ละบุคคล โดยปัจจุบันมีประชากรโลกประมาณร้อยละ 10 ตาบอดจากต้อหิน

อาการของโรคต้อหิน

ต้อหินเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา หรือเส้นประสาทตาถูกทำลายเนื่องจากความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวนำกระแสการมองเห็นไปสู่สมอง ซึ่งเมื่อขั้วประสาทตาถูกทำลายจะมีผลทำให้สูญเสียลานสายตา ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มองเห็นด้าน บน – ล่าง ซ้าย – ขวา แคบลงอย่างช้า ๆ  แต่ก็ยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ นี่อาจกินเวลา 5-10 ปี โดยผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่อสูญเสียการมองเห็นถึงตรงกลางของลานสายตาแล้ว นี่นำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นในที่สุด ซึ่งเป็นการสูญเสียชนิดถาวร ไม่สามารถรักษาให้กลับคืนมามองเห็นได้ โดยอาการของโรคจะมีลักษณะและความรุนแรงแตกต่างกันไปตามประเภทของต้อหินที่เป็น

ชนิดของต้อหิน

    • ต้อหินมุมปิด : พบได้ร้อยละ 10 ของโรคต้อหินทั้งหมด โรคนี้จะเกิดอาการขึ้นแบบเฉียบพลัน ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตา ตามัว ตาแดง เห็นแสงจ้ารอบดวงไฟ และอาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย มักไม่หายด้วยการรับประทานยาแก้ปวด ถ้าไม่รักษาตาจะบอดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน โชคดีว่า ต้อหินประเภทนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากถึงมือแพทย์แบบทันท่วงที

    • ต้อหินมุมเปิด : พบได้ร้อยละ 60-70 ของโรคต้อหินทั้งหมด เกิดจากเนื้อเยื่อส่วนที่ทำหน้าที่กรองน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาผิดปกติ ทำให้ความดันตาเพิ่มสูงขึ้น และทำลายขั้วประสาทตาในที่สุด การดำเนินของโรคจะค่อยเปฺ็นค่อยไป ใช้เวลานานหลายปีกว่าจะตาบอด ผู้ป่วยจะสังเกตพบว่าสายตาค่อยๆ มัวลง ต้อหินประเภทนี้หากพบเร็วก็สามารถที่จะเก็บรักษาสายตาส่วนที่เหลือไว้ได้มากกว่าผู้ที่พบต้อในระยะท้ายของโรค ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่อาจรักษาโรคต้อหินมุมเปิดให้หายขาดได้

แนวทางการวินิจัยโรคต้อหิน

การวินิจฉัยโรคต้อหินทำได้ด้วยการ ตรวจเช็คตาโดยละเอียด ซักประวัติทางร่างกาย และประวัติผู้ป่วยในครอบครัว วัดความดันภายในลูกตา ตรวจขั้วประสาทตา จอตา การวัดความดันตา และการตรวจลานสายตาโดยจักษุแพทย์

การรักษาโรคต้อหิน

การรักษาก็จะเป็นการเข้าไปลดความดันในลูกตา ซึ่งเบื้องต้นเราจะใช้วิธีการหยอดยาเพื่อให้ของเหลวที่ ค้างอยู่ภายในลูกตาระบายออกได้ดีขึ้น​ ซึ่งผู้ป่วยต้องมีวินัย หยอดยาอย่างสม่ำเสมอในช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อควบคุมความดันลูกตาไว้ โดยหากมาถึงจุดที่ไม่สามารถระบายของเหลวที่ท่วมอยู่ภายในลูกตาได้ทัน แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัดเพื่อเจาะรูระบายของเหลวนั้นออกมา ซึ่งในปัจจุบัน จักษุแพทย์สามารถตรวจหาโรคได้อย่างรวดเร็วและมีความปลอดภัยมากขึ้น

การป้องกันโรคต้อหิน

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ประมาณ 1% ของประชากร แต่มักเกิดในผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ ผู้ที่มีภาวะสายตาสั้นหรือยาวมาก ผู้ที่มีปานแดง ปานดำ พาดผ่านบริเวณดวงตา ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน รวมไปถึงผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจต้อหินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่ความถี่ของการตรวจจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น อายุ, เชื้อชาติ, ประวัติครอบครัวที่มีคนเป็นโรคต้อหิน ควรลดปัจจัยเสี่ยงของโรค ไม่ว่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงการซื้อยามาหยอดตาด้วยตัวเองเพราะอาจมีตัวยาที่ก่อให้เกิดการอุดตันของท่อระบายของเหลว รวมไปถึงระวังไม่ให้ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ

โรคต้อหินนี้มีเป็นอันตรายอย่างยิ่งเนื่องจากผู้ป่วยมักจะไม่สังเกตถึงอาการของโรคจนกระทั่งใกล้ถึงระยะท้าย ๆ ของโรคแล้ว ดังนั้นทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากดวงตาของเราเกิดมาก็มีคู่เดียว ดังนั้นเราต้องรักษาให้อยู่กับเราไปนาน ๆ

บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

Facebook
Twitter
Email
Print