ปล่อยให้ไหลไป.. การร้องไห้ ช่วยให้ดีขึ้น !

อยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ น้ำใส ๆ ก็รินจากตา…การร้องไห้ไม่ได้แสดงความอ่อนแอเสมอไป เพราะการร้องไห้เป็นการแสดงอารมณ์ที่แสนสลับซับซ้อน บ้างก็ร้องไห้เพราะความสุข บ้างร้องเพราะเศร้า บ้างร้องเพราะรู้สึกตลกขำขัน บ้างร้องเพราะตื้นตันประทับใจ การได้ระบายความรู้สึกออกทางน้ำตาและเสียงโฮ ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกที่มากเกินไปให้สมดุลผ่อนคลายลงเป็นกลไกของร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

น้ำตาเกิดจากอะไร ?

น้ำตาผลิตขึ้นโดยต่อมน้ำตา ซึ่งอยู่ในเบ้าตาตรงมุมบนหัวตาไปถึงมุมหางตา จากนั้นจะส่งผ่านหลอดน้ำตา ซึ่งเป็นหลอดเล็ก ๆ อยู่ในเปลือกตาบนและล่าง ตรงมุมหัวตา เพื่อไปเก็บเอาไว้ที่ถุงน้ำตา ซึ่งอยู่หลังผิวหนังบริเวณระหว่างมุมหัวตาของเปลือกตากับดั้งจมูก

ประเภทของน้ำตา

น้ำตามีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

    • น้ำตาหล่อเลี้ยงลูกตา (basal tears) เป็นน้ำตาที่ช่วยหล่อลื่น บำรุง ทำความสะอาดและปกป้องดวงตา

    • น้ำตาที่หลั่งออกมาเมื่อมีสิ่งระคายเคือง (reflex tears) เป็นน้ำตาที่ร่างกายผลิตขึ้นเมื่อมีอาการ ระคายเคืองที่เกิดจากปัจจัยทางกายภาพต่าง ๆ เช่น อนุภาคฝุ่น ฝุ่นละออง ควัน หรือแม้กระทั่งขนตาที่หลุดเข้าตา ซึ่งน้ำตาเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่ช่วยชะล้างสิ่งที่ทำให้เกิดการระคายเคืองเท่านั้น แต่ยังมีแอนติบอดี (antibody) หรือสารภูมิต้านทานที่ช่วยทำลายเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนในดวงตาด้วย

    • น้ำตาจากอารมณ์ (emotional tears) เป็นน้ำตาที่ถูกกระตุ้นโดยความรู้สึกที่แตกต่างกันทั้งใน ด้านบวก (ความสุขและความตื่นเต้น) และด้านลบ (ความโศกเศร้า ความโกรธ หรือความกลัว)

ประโยชน์ของการร้องไห้

    • การร้องไห้ช่วยลดความเครียด 

จากการศึกษานั้นค่อนข้างแน่นอนว่ามนุษย์อาจเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ร้องไห้จากอารมณ์ ถึงแม้ยังไม่แน่ชัดว่าการร้องไห้นั้นทำงานกับความรู้สึกอย่างไร เพราะเราเศร้าเราก็ร้องไห้ มีความสุขเราก็ร้องไห้ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือ การร้องไห้นั้นช่วยบรรเทาความตึงเครียดทางร่างกายที่มาจากอารมณ์ได้ การร้องไห้นั้นจะกระตุ้นทำให้ร่างกายพลักดันความตึงเครียดหรือการทำงานของร่างกายบางอย่างไปจุดที่สูงและค่อยปล่อยลงมา หลังจากเราเริ่มหยุดร้องไห้ ทำให้เกิดภาวะสมดุล เกิดความสงบอย่างบอกไม่ถูก เป็นหนึ่งในการจำกัดความเครียดที่ดี

    • การร้องไห้นั้นช่วยบูสต์อารมณ์

หลังจากร้องไห้เราต่างก็รู้สึกดีขึ้น นี่คือผลสำรวจจากประชากร 2 ใน 3 ที่เห็นตรงกันกับเรื่องนี้ Ad Vingerhoets ผู้เขียน Why Only Humans Weep และเป็นศาสตราจารย์ด้านสังคมและพฤติกรรมศาสตร์ เนเธอร์แลนด์ได้กล่าวไว้ว่า หลายครั้งที่เราร้องไห้แล้วรู้สึกดีขึ้น เหมือนกับได้บูสต์อารมณ์กลับมาจากการที่เวลาเราร้องไห้แล้วมีคนปลอบโยนกับเราดี ๆ นั่นคือความห่วงใยและความอบอุ่นที่เราได้รับ เมื่อเราแสดงออกทางอารมณ์ เช่น การร้องไห้ 

    • การร้องไห้ช่วยเพิ่มการสื่อสาร

หากย้อนไปในวัยเด็ก เคยสงสัยไหมว่าทำไมทารกหรือเด็กที่เล็กมากๆถึงร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะนั่นคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่งของมนุษย์ น้ำตาของทารกหรือเด็กเล็กนั้นช่วยเพิ่มความสนใจและดึงดูดความช่วยเหลือได้อย่างทันที เช่น เราได้เห็นสิ่งนี้ถูกฝังลงไปในส่วนลึกของมนุษย์ แม้เมื่อโตขึ้นเวลาเราเห็นใครร้องไห้ เราจะรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังต้องการความช่วยเหลืออะไรสักอย่าง 

    • การร้องไห้ช่วยให้เราได้รับสิ่งที่ต้องการ

การถูกปฏิเสธ การไม่ได้อะไรตามที่หวังหลายครั้งที่มันกระตุ้นและทำให้เราร้องไห้ออกมา แน่นอนว่าการร้องไห้นี้เราไม่ได้ตั้งใจและคงไม่มีใครอยากให้เกิดเป็นแน่ อย่างไรก็ตามผลการศึกษาชี้ว่าการร้องไห้ในสถานการณ์แบบนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกผิดและมีแนวโน้มที่จะยอมรับในสิ่งเราต้องการ 

    • น้ำตานั้นดีต่อดวงตา

น้ำตานั้นช่วยให้ดวงตาของเราชุ่มชื่นและมีสุขภาพดี น้ำตาจะคอยป้องกันสิ่งสกปรกหรือควันเข้าตา ช่วยป้องกันไม่เกิดอาการ ตาแห้ง อาการที่ดวงตาจะเจ็บและร้ายแรงที่สุดคือสูญเสียการมองเห็น 

    • การร้องไห้อย่างมีความสุขช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

เช่นเดียวกับความโกรธ ความเสียใจ ที่เป็นอารมณ์เชิงลบ  ความสุข การหัวเราะ ที่เป็นอารมณ์เชิงบวกนั้นก็สามารถเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เราร้องไห้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน การเล่นสนุกกับเพื่อน การซาบซึ้งอะไรในบางอย่าง ช่วงนี้เองที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย และรู้สึกราวกับได้รับการปลดปล่อยอะไรบางอย่างทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น 

การร้องไห้ไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแอเสมอไป การร้องไห้คือสิ่งที่ดีเป็นการทำให้เราปลดปล่อยอารมณ์ออกมา และยังช่วยในการสื่อสารให้เข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อมากขึ้น การร้องไห้นั้นมีข้อดีแต่ขอให้ระวังไว้อย่างการร้องไห้ที่มากเกินไปก็อาจทำให้เกิดการอักเสบของดวงตาได้เช่นกันนะคะ

บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ