โรคหลอดเลือดสมองรู้ทันป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต

โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาต เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประเทศไทย! โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ปีละกว่า 30,000 คน นอกจากนี้ยังเป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัยอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ใกล้ตัวเรามากทีเดียวเลยค่ะ

โรคหลอดเลือดสมองคืออะไร ?

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดเกิดการตีบ อุดตัน แตก หรือฉีกขาด ซึ่งขัดขวางการลำเลียงเลือดซึ่งนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์สมอง ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงักลง จนเกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคหลอดเลือดสมองมีกี่ประเภท ?

ความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่ทำให้สมองขาดเลือด สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

    1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke)

เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง โดยสามารถพบได้กว่า 80% ซึ่งความผิดปกติประเภทนี้อาจเกิดจาก 2 ลักษณะ ได้แก่

      • การเสื่อมสภาพของหลอดเลือดจากการสะสมของคราบหินปูน ไขมัน ที่ผนังหลอดเลือดชั้นใน ทำให้ผนังหลอดเลือดในตำแหน่งนี้หนาขึ้น แต่ในทางกลับกันรูของหลอดเลือดก็จะตีบหรือแคบลงไปด้วย อีกทั้งยังขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการลำเลียงเลือดลดลง
      • การอุดตันของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดสมองและขยายใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือดสมอง หรือการอุดตันของลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นแล้วไหลตามกระแสเลือดจนมาอุดตันที่หลอดเลือดสมอง

      ซึ่งการเกิดอุบัติการณ์ในลักษณะเช่นนี้ ส่งผลให้เกิด “ภาวะสมองขาดเลือด” นั่นเอง

2. หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)

สามารถพบได้ประมาณ 20% ของโรคหลอดเลือดสมอง โดยเกิดจากหลอดเลือดมีความเปราะบาง โป่งพอง ร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง ทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นแตกออก เกิด “ภาวะเลือดออกในสมอง” ส่งผลให้เซลล์สมองได้รับบาดเจ็บจากการมีเลือดคั่งในสมอง หรือแม้แต่ทำให้เนื้อสมองตาย แม้อุบัติการณ์นี้จะมีโอกาสพบได้น้อยกว่า แต่ถือว่ามีความอันตรายเป็นอย่างมาก โดยอาจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในระยะเวลาอันรวดเร็วได้

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่

      • ชาหรืออ่อนแรงตามใบหน้าหรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกายอย่างฉับพลัน

      • มุมปากตก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด น้ำลายไหล กลืนลำบาก

      • เดินเซ ทรงตัวลำบาก สูญเสียการทรงตัว

      • มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นภาพครึ่งเดียว หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด

      • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงฉับพลัน

หรือสามารถสังเกตได้ตามหลักการ F.A.S.T

F : Face หรือใบหน้า ให้ยิงฟันหรือยิ้ม แล้วสังเกตว่ามีอาการปากเบี้ยวหรือมุมปากตกหรือไม่

A : Arm หรือแขน ให้ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น เป็นเวลา 10 วินาที แล้วสังเกตว่ามีแขนข้างใดข้างหนึ่งตกหรือยกไม่ขึ้นหรือไม่

S : Speech หรือการพูด ให้ลองพูดประโยคง่าย ๆ ซ้ำ ๆ แล้วสังเกตว่ามีการพูดไม่ชัดหรือออกเสียงเพี้ยนหรือไม่

T : Time หรือเวลา หากพบอาการผิดปกติ ให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลภายใน 4.5​ ชั่วโมง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

    • ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันไม่ได้

      • อายุ ยิ่งอายุมาก ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น เพราะเกิดความเสื่อมสภาพของหลอดเลือด

      • เพศ พบว่าเพศชายมีความเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง

      • ภาวะการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการจับตัวกันของเม็ดเลือดและมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนปกติ

    • ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้

      • ความดันโลหิตสูง

      • โรคเบาหวาน

      • ไขมันในเลือดสูง

      • การขาดการออกกำลังกาย

      • การสูบบุหรี่

      • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

      • การใช้สารเสพติด

การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง

สามารถตรวจวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan)

  • ข้อดีของการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

การตรวจ CT Scan จะช่วยวินิจฉัยแยกภาวะสมองขาดเลือดกับภาวะเลือดออกในสมองได้ โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจน้อยกว่า MRI Scan ดังนั้นผู้ป่วยจะได้รับการรักษาที่รวดเร็วกว่า

  • ข้อดีของการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan)

การตรวจ MRI Scan จะมีความไวต่อการตรวจวินิจฉัยหาภาวะสมองขาดเลือดได้ในระยะแรก ๆ มากกว่าการทำ CT Scan อย่างไรก็ตาม MRI Scan สามารถวินิจฉัยแยกภาวะสมองขาดเลือดกับภาวะเลือดออกในสมองได้เช่นเดียวกัน

บทความโดย : ศูนย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

Facebook
Twitter
Email
Print