วัคซีนพื้นฐานที่ควรได้รับ

วัคซีนพื้นฐาน เป็นวัคซีนที่เด็กไทยทุกคนควรได้รับ เน้นวัคซีนป้องกันโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วยวัคซีน 8 ชนิด ได้แก่ วัคซีนวัณโรค (BCG) วัคซีนตับอักเสบบี (HB) วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี (DTP-HB) วัคซีนโปลิโอ (OPV) วัคซีนรวมหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DTP) และวัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก (dT)

อายุ

วัคซีนที่ให้

ข้อแนะนำ

แรกเกิด

วัคซีนป้องกันวัณโรค

ฉีดให้เด็กก่อนออกจากโรงพยาบาล

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

HB1 ควรให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมง หลังคลอด

1 เดือน

วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

เฉพาะรายที่เด็กคลอดจากมารดาที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี

2 เดือน

วัคซีนรวม 6 โรค (คอตีบ,บาดทะยัก,ไอกรน,โปลิโอ,เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ,ไวรัสตับอักเสบบี)

 

วัคซีนป้องกันท้องร่วงไวรัสโรต้า

 

4 เดือน

วัคซีนรวม 6 โรค (คอตีบ,บาดทะยัก,  ไอกรน,โปลิโอ,เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ,ไวรัสตับอักเสบบี)

วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด 1 เข็ม พร้อมกับวัคซีนโปลิโอชนิดหยอด 1 ครั้ง

วัคซีนป้องกันท้องร่วงไวรัสโรต้า

 



6 เดือน

วัคซีนรวม 6 โรค (คอตีบ,บาดทะยัก,   ไอกรน,โปลิโอ,เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ,ไวรัสตับอักเสบบี)

 

วัคซีนป้องกันท้องร่วง

 

วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

อายุน้อยกว่า 9 ปี การฉีดครั้งแรกต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

9 เดือน

วัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ

 

12 เดือน

วัคซีนป้องกันโรคหัด,หัดเยอรมัน,คางทูม

 

1 ปี 6 เดือน

คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน

 

โปลิโอชนิดหยอด

 

2 ปี 6 เดือน

ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น

 

หัด-คางทูม-หัดเยอรมัน

 

4 ปี

คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน

 

โปลิโอชนิดหยอด

 

7 ปี (ป.1)

หัด-หัดเยอรมัน

เฉพาะรายที่ได้รับไม่ครบตามเกณฑ์

ตับอักเสบบี

เฉพาะรายที่ได้รับไม่ครบตามเกณฑ์

ไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น

เฉพาะรายที่ได้รับไม่ครบตามเกณฑ์

โปลิโอชนิดฉีด

เฉพาะรายที่ได้รับไม่ครบตามเกณฑ์

คอตีบ-บาดทะยัก, โปลิโอชนิดหยอด

เฉพาะรายที่ได้รับไม่ครบตามเกณฑ์

วัคซีนป้องกันวัณโรค

1. ให้ในกรณีที่ไม่มีหลักฐานว่าเคยได้รับเมื่อแรกเกิด และไม่มีแผลเป็น

2. ไม่ให้ในเด็กติดเชื้อเอชไอวี ที่มีอาการของโรคเอดส์

11 ปี

(นักเรียนหญิง ป.5)

เอชพีวี

ให้ 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน

12 ปี (ป.6)

คอตีบ-บาดทะยัก

ตามแผนปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุขฉีดให้เด็กนักเรียน



ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข

บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

บทความโดย