• เบาหวานน่ากลัวอย่างไร

โดยปกติแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดของคนเราจะถูกควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วยฮอร์โมนอินซูลินที่ตับอ่อนสร้างขึ้นมา โดยฮอร์โมนนี้จะทำหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อใช้เป็นพลังงาน หากขาดฮอร์โมนอินซูลินไปหรืออินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ เซลล์ในร่างกายก็จะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และเกิดเป็นโรคเบาหวานนั่นเอง

 

ผลที่ตามมาเมื่อป่วยเบาหวาน

เมื่อป่วยเป็นเบาหวานก็จะทำให้มีอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัสสาวะบ่อย คอแห้ง กระหายน้ำ กินจุแต่น้ำหนักลด เพลีย ชาปลายมือ ปลายเท้า แต่สิ่งที่น่ากลัวคือถ้ายังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติได้ ก็จะส่งผลเสียต่ออวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา ไต หัวใจ เท้า และระบบประสาท

 

จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าคุมเบาหวานไม่ได้

  • โรคหลอดเลือดสมอง

               ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้ป่วยเบาหวานเลยทีเดียว เพราะเมื่อป่วยเบาหวานเป็นเวลานานจะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว จนเกิดการตีบหรืออุดตันได้นั่นเอง ความน่ากลัวของโรคนี้คือมักมองไม่เห็นอาการมาก่อน แต่จู่ ๆ ก็เกิดอาการขึ้นกระทันหัน จนถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต พิการ หรือถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นต้องสังเกตอาการของผู้ป่วยเป็นอย่างดี หากพบอาการปากเบี้ยว หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ให้นำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

  • โรคหลอดเลือดหัวใจ

               ผู้ป่วยเบาหวานนั้นผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกายมักจะเสื่อมลง จนมีโครงสร้างและทำหน้าที่ได้ผิดปกติไป จนหลอดเลือดต่าง ๆ ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการอักเสบจนปริแตก และทำให้มีลิ่มเลือดเข้าไปอุดตันได้นั่นเอง ซึ่งโดยปกติสามารถสังเกตอาการได้จากอาการเจ็บหน้าอก แต่ในผู้ป่วยเบาหวานนั้นอาจจะสังเกตได้ยาก เนื่องจากมีปัญหาปลายประสาทรับความรู้สึกเสื่อมสภาพ ดังนั้นจึงควรสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยแทน เช่น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แน่น อึดอัดบริเวณลิ้นปี่ หน้ามืด วิงเวียน เหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น คล้ายจะเป็นลม ซึ่งมักมีอาการหลังจากรับประทานอาหารในปริมาณมาก หลังตื่นนอนตอนเช้า หลังออกกำลังกาย หรือขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ

  • เบาหวานขึ้นตา

               เป็นอีกอาการแทรกซ้อนที่เกิดได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากเส้นเลือดที่จอตาได้รับความเสียหายจากน้ำตาลอุดตันจนเลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน จนเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น มองเห็นจุดหรือเส้นสีดำคล้ายหยากไย่ ตามัว มองเห็นแย่ลง แยกแยะสียาก และหากมีอาการรุนแรง แล้วปล่อยไว้ ไม่เข้ารับการรักษา ก็อาจทำให้สุดท้ายแล้วต้องสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด

  • ไตวาย

               เมื่อเป็นเบาหวาน ไตนั้นจะทำงานหนักตลอดเวลาจนเสื่อมสภาพ เนื่องจากต้องกรองน้ำตาลที่เป็นสารอาหารอยู่ตลอด รวมถึงมีการสะสมของน้ำตาลในผนังหลอดเลือดเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผนังหลอดเลือดตีบและอุดตัน ไตจึงไม่สามารถกรองของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้หน่วยไตเสื่อม จึงทำให้มีการรั่วของโปรตีนออกมาในปัสสาวะ ทำให้มีโปรตีนในเลือดต่ำ จนเป็นสาเหตุให้ไตวายได้นั่นเอง

  • เส้นประสาทเสื่อม

               โรคเบาหวานจะทำให้หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่มาเลี้ยงเส้นประสาทนั้นเกิดพยาธิสภาพ จนเส้นประสาทไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้อีกต่อไป เช่น รู้สึกชาปลายมือ ปลายเท้า ไม่รู้สึกปวดแสบปวดร้อนเมื่อมีแผล รวมถึงมีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะตกค้าง รวมไปถึงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

  • แผลเรื้อรังที่เท้าที่อาจรุนแรงถึงขั้นต้องตัดเท้า

               ผู้ป่วยเบาหวานนั้นมักเกิดบาดแผลที่อาจติดเชื้อลุกลามได้ง่ายและหายยากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากมีเส้นเลือดตีบ และความเสื่อมของระบบประสาทที่รับความรู้สึก จึงทำให้เวลาเป็นแผล มักจะไม่รู้ตัว จะมารู้ก็ต่อเมื่อแผลนั้นรุนแรง รักษาได้ยากแล้ว ซึ่งในบางรายอาจร้ายแรงจนถึงขั้นต้องตัดเท้าเลยทีเดียว

บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

หากคุณต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
สามารถติดต่อสอบถามเราได้
Call Center 02-080-5999 หรือ LINE : @psuv
หรือ คลิกที่นี่เพื่อ Add Line ของเรา
เรายินดีให้บริการคุณตลอด 24 ชั่วโมง

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on email
Email
Share on print
Print