โรคกรดไหลย้อน GERD

ความสำคัญก็คือ โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disorder) คือภาวะที่เกิดการไหลย้อนของกรด จากกระเพาะอาหาร ขึ้นมาสู่หลอดอาหาร ซึ่งถูกกระตุ้นได้จากหลายปัจจัยเช่น การสูบบุหรี่, ดื่มสุรา, ความเครียด, การรับประทานอาหารไขมันสูง,ภาวะน้ำหนักตัวเกิน เป็นต้น

เมื่อมีอาการอย่างไรจึงควรสงสัยภาวะกรดไหลย้อน

ภาวะกรดไหลย้อนนั้นอาจมีอาการได้หลากหลายทั้งกลุ่มที่มีอาการเด่นทางหลอดอาหาร และ กลุ่มที่มีอาการนอกทางเดินอาหาร ได้แก่

  • อาการแสบร้อนยอดอก (heartburn)
  • อาการเรอเปรี้ยว(regurgitation)
  • อาการเจ็บแน่นหน้าอก ที่ไม่ได้เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ( non-cardiac chest pain) ทั้งนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว ต้องทำการประเมินภาวะอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจร่วมด้วยเสมอ
  • อาการไอเรื้อรัง,กล่องเสียงอักเสบ และฟันกร่อน เป็นต้น

กรดไหลย้อน ปัญหาเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะกรดไหลย้อนนอกจะทำให้เกิดอาการที่รบกวนคุณภาพชีวิตแล้ว ยังมีผลเสียที่มากกว่านั้น โดยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารอีกด้วย

คำแนะนำในการดูแลเพื่อป้องกันและรักษาภาวะกรดไหลย้อน

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น การงดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา,หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารในช่วง3ชั่วโมงก่อนเข้านอน และพิจาณาการนอนยกหัวเตียงสูง, การลดน้ำหนักในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน
  • การให้ยาเพื่อบรรเทาอาการและความรุนแรงของภาวะกรดไหลย้อน เช่น ยาต้านการหลั่งกรด (proton pump inhibitor), ยากลุ่มอัลจิเนต เป็นต้น
  • อย่างไรก็ตามหากอาการยังไม่ดีขึ้นภายหลังจากการรักษาข้างต้น หรือมีอาการอันตราย ได้แก่
  • อาการกลืนเจ็บ หรือ กลืนติดกลืนลำบาก
  • น้ำหนักลดเยอะ
  • มีภาวะเลือดออกทางเดินอาหาร
  • อาเจียนรุนแรงบ่อยครั้ง

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและพิจารณาการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Esophagogastroduodenoscope,EGD) ซึ่งได้จะประโยชน์ ทั้งในการยึนยันการวินิจฉัย ประเมินความรุนแรง และเฝ้าระวังผลแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะกรดไหลย้อนเช่นโรคมะเร็งหลอดอาหารได้

อ้างอิง แนวทางเวชปฎิบัตการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนในประเทศไทย พ.ศ.2563, สมาคมประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว (ไทย)